Blog

แผงโซลาร์ มอก. แตกต่างจากแผงโซลาร์อื่นๆ อย่างไร? #2

แผงโซลาร์เซลล์ มาตรฐาน มอก. แตกต่างจากแผงโซลาร์เซลล์อื่นๆ อย่างไร ?

ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกต่างหันมาให้ความสำคัญทางด้านพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาดตามเทรนด์รักษ์โลกกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากพลังงานดังกล่าวเป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกหลักที่ทั่วโลกเลือกใช้และมีต้นทุนในการผลิตพลังงานที่ราคาถูกที่สุดในปัจจุบัน

หนึ่งในอุปกรณ์ที่มีความสำคัญที่สุดของระบบโซลาร์เซลล์นั้นก็คือ ตัวแผงโซลาร์นั้นเอง วันนี้ทางทีมงาน Solar PPM จะพาทุกท่านไปรู้จักแผงโซลาร์เซลล์ ที่ได้รับมาตราฐาน มอก. ว่าคืออะไรและมีความสำคัญในการนำไปใช้ในประเภทงานใดบ้าง

มอก. คืออะไร?

            มอก.ย่อมาจาก “มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม” (Thai Industrial Standard) หมายถึงข้อกำหนดทางวิชาการที่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ผลิตในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด สินค้าที่กำหนดเป็นมาตรฐานปัจจุบัน ครอบคลุมสินค้าที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันหลาย ๆ ประเภท ได้แก่ ประเภทอาหาร, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ยานพาหนะ, วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น สรุปคือต้องเป็นสินค้าที่มีประสิทธิภาพในการใช้งาน และมีคุณภาพสมราคา

 

แผงโซลาร์ มอก.  ต่างจากแผงฯ อื่นๆ อย่างไร ?

           แผงโซลาร์เซลล์ มอก. นั้น ซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกไซส์งานติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เหมือนแผงชนิดอื่นๆทั่วไปเลย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกชนรวมถึงอาคารบ้านเรือนทั่วไป แต่จะมีความพิเศษเฉพาะสำหรับการติดตั้งงานภาครัฐในประเทศไทย ที่มักข้อกำหนดเฉพาะ(TOR) ระบุถึงคุณภาพและมาตรฐาน ว่าในการเข้าประมูลงานโครงการนั้นๆ จะต้องใช้แผงโซลาร์ที่ผ่านการรับรองมาตราฐานอุตสาหกรรม มอก. จากหน่วยงานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นต้น

            ส่วนแผงโซลาร์ชนิดอื่นๆ เช่น แผงผลิตในไทย หรือแผงนำเข้าจากต่างประเทศ และแผง Tier 1 เป็นต้น ก็เป็นแผงโซลาร์ที่นิยมมาใช้งานโดยทั่วไปเหมือนกันตามความต้องการและงบประมาณของผู้ติดตั้ง แต่มีความแตกต่างตรงที่ว่าตัวแผงเหล่านั้นไม่ได้เป็นแผงโซลาร์ได้รับการรับรอง มอก. เพียงเท่านั้นเอง ดังนั้นในแง่การนำมาใช้ในภาครัฐไม่อาจจะนำมาใช้ได้นั้นเอง

 

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับแผงโซลาร์ โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มีไรบ้าง

             โซลาร์เซลล์และส่วนประกอบจำเป็นต้องมีมาตรฐาน เพื่อควบคุมประสิทธิภาพและความปลอดภัยด้านการใช้งาน โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้มีการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับเซลล์แสงอาทิตย์ของไทย ซึ่งอุปกรณ์และส่วนประกอบทั้งภายในและภายนอกของแผงเซลล์แสงอาทิตย์จะต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยพื้นฐานและการทดสอบเพิ่มเติมที่เป็นฟังก์ชั่นการใช้งานของแผงเซลล์แสงอาทิตย์         ทั้งนี้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์หรือสินค้าโซลาร์เซลล์และส่วนประกอบที่ทาง สมอ. ได้มีการกำหนดให้มีการใช้งานในไทยนั้น มีทั้งมาตรฐานทั่วไป มาตรฐานอุตสาหกรรมเอส และมาตรฐานสากล โดยมีรายละเอียดดังนี้

             1.มาตรฐานทั่วไป ตัวอย่างเช่น มอก. 2210-2555 (มอก. แผงเซลล์แสงอาทิตย์ภาคพื้นดินชนิดฟิล์มบาง-คุณสมบัติการออกแบบและรับรองแบบ) มอก. 2606-2557 (มอก. ระบบเซลล์แสงอาทิตย์–ลักษณะของการเชื่อมต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า) มอก.2607-2563 (มอก. อินเวอร์เตอร์ที่ใช้กับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ที่เชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า ขั้นตอนการทดสอบระบบป้องกันการจ่ายไฟฟ้า ขณะไฟฟ้าดับ) เป็นต้น

            2) มาตรฐานอุตสาหกรรมเอส (มอก.S) สมอ. ได้กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมเอส ได้แก่ มอก. เอส 176-2564 สำหรับการให้บริการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ โดยมาตรฐานฉบับนี้จะเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับระบบการจัดการคุณภาพการบริการเพื่อใช้ในการรับรองผู้ประกอบการและยกระดับการบริการให้มีคุณภาพที่ดี

             3) มาตรฐานสากล ปัจจุบันหน่วยงานด้านมาตรฐานสากลอย่าง International Electro Committee (IEC) ได้มีการออกมาตรฐานเกี่ยวกับแผงเซลล์แสงอาทิตย์และส่วนประกอบ เพื่อใช้สำหรับทดสอบประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าและประเมินผลทางด้านความปลอดภัยของเซลล์แสงอาทิตย์ โดยมาตรฐานโซลาร์เซลล์ของ IEC ที่ทางสมอ. ได้นำมาปรับเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมของไทย (มอก.) เช่น 1) IEC 61515 Crystalline Silicon Terrestrial Photovoltaic (PV) Modules-Design Qualifcation and Type Approval หรือ มอก. 1843 2) IEC 61646 Thin-Film Terrestrail Photovoltaic (PV) ModulesDesign Qualification and Type Approval หรือ มอก. 2210 และ 3) การทดสอบมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า: ระบบจ่ายแรงดันไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ตามมาตรฐาน IEC 60364-7-712 เป็นต้น

Credit : mreport.co.th

             หากท่านข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือต้องการศึกษาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแผงโซลาร์เซลล์ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ มารู้จักแผงโซลาร์ กันเถอะ

             หรือสนใจเลือกซื้อแผงโซลาร์เซลล์ มอก. ของทาง Solar PPM ท่านสามารถเลือกชมสินค้าได้ที่ บริการของเรา   หรือโทรศัพท์ : 02 628 6100 ต่อ 741  และโทรศัพท์มือถือ : 065 205 9873,084-296-4922

2568 ติดตั้งโซลาร์เซลล์ยังต้องขออนุญาตไหม

2568 ติดโซลาร์เซลล์ไม่ต้องขออนุญาตแล้วจริงหรือไม่? #2

หลายคนสงสัยว่า ปี 2568 เป็นต้นไป การติดตั้งโซลาร์เซลล์ต้องขออนุญาตหรือไม่? คำตอบคือ ไม่ต้องขออนุญาตแล้ว แต่มีเงื่อนไข ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับทั้งเจ้าของบ้านและโรงงานอุตสาหกรรมที่อยากหันมาใช้พลังงานสะอาด ลดค่าไฟ และช่วยสิ่งแวดล้อม บ้านพักอาศัย: ติดโซลาร์ง่ายขึ้น ไม่ยุ่งยาก ตั้งแต่ กลางปี 2568 เป็นต้นมา หากเป็นการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อใช้ไฟฟ้าเองในบ้าน (ไม่ขายไฟคืนเข้าระบบ) โรงงานและภาคอุตสาหกรรม: ไม่ต้องขอใบอนุญาต รง.4 สำหรับฝั่งโรงงาน รัฐบาลได้

Read More
โซล่าเซลล์

โซล่าเซลล์ลดค่าไฟธุรกิจอุตสาหกรรมได้คุ้มค่าหรือไม่ #2

ต้นทุนและสร้างประโยชน์ต่างๆ กลายเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม สำหรับธุรกิจห้องเย็นที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าสูง การนำเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและคุ้มค่า เหตุผลที่ควรติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับธุรกิจห้องเย็น เพื่อลดค่าใช้จ่าย ห้องเย็นในโรงงานอุตสาหกรรมต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากในการรักษาอุณหภูมิที่เย็นตลอด 24 ชั่วโมง ห้องเย็นทั่วไป ประมาณ 0°C ถึง 10°C เหมาะสำหรับการเก็บรักษาผลไม้, ผัก, และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการการเก็บรักษาที่ไม่ต่ำเกินไป ห้องแช่แข็ง ต่ำกว่า -18°C ใช้สำหรับการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่ต้องการการแช่แข็งอย่างเช่น เนื้อสัตว์, ปลา, และผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องการการเก็บรักษาเป็นระยะเวลานานซึ่งหมายถึงค่าไฟฟ้าที่แพง โซลาร์เซลล์สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้อย่างมาก

Read More
ภาษีคาร์บอน

ภาษีคาร์บอน คืออะไร? #2

ภาษีคาร์บอน ในยุคที่ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ภาษีคาร์บอนกลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่พลังงานสะอาด หลักการของภาษีคาร์บอนคือการเรียกเก็บภาษีจากการปล่อย CO2 เพื่อกระตุ้นให้ธุรกิจและประชาชนลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และหันไปใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภาษีคาร์บอนทำงานอย่างไร ประโยชน์ที่ได้รับ และแนวโน้มในอนาคตเพื่อสร้างความตระหนักและการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในสังคมของเรา 1. ภาษีคาร์บอนคืออะไร? ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)เป็นมาตรการทางการเงินที่รัฐบาลใช้เพื่อบังคับให้ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้องจ่ายเงินสำหรับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ เป้าหมายหลักคือการลดการปล่อยก๊าซเหล่านี้และกระตุ้นให้มีการใช้พลังงานที่สะอาดและยั่งยืนมากขึ้น 2. หลักการทำงานของภาษีคาร์บอน ภาษีคาร์บอนจะกำหนดราคาต่อหน่วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการหรือองค์กรต้องชำระ เมื่อมีการปล่อยก๊าซเกินขีดจำกัดที่กำหนด การจ่ายภาษีนี้จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น

Read More
PDPA Icon
Privacy Preferences

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save