Blog

เตรียมตัว! 4 เดือนสุดท้ายของปี กกพ. จ่อขึ้นค่าไฟ #2

ค่าไฟแพง

แนวโน้มค่าไฟแพง เดือนกันยายน - ธันวาคม 2467 เพิ่มขึ้นเป็น 4.65-6.01 บาทต่อหน่วย

กกพ.เปิดรับฟังความเห็น 3 แนวทางค่าเอฟทีงวดปลายปี ส่งผลดันค่าไฟเดือน ก.ย.-ธ.ค.เพิ่มขึ้นเป็น 4.65 – 6.01 บาทต่อหน่วย

วันนี้ (12 ก.ค.2567) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เคาะ 3 ทางเลือกปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) งวดปลายปี หลังจากมีการประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา พิจารณาอัตราค่า Ft งวดปลายปี (ก.ย.-ธ.ค.2567) พบว่า ต้นทุนค่าไฟจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณหน่วยละ 46-182 สตางค์ต่อหน่วย

สาเหตุมากจากหลายปัจจัย เช่น กกพ.ต้องทยอยคืนชำระหนี้ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (98,000 ล้านบาท), เงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องกระทบราคาซื้อก๊าซธรรมชาติ และแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติสูงขึ้นจากความต้องการใช้ในช่วงฤดูหนาว ทั้งนี้หากนำต้นทุนและการคืนภาระหนี้ให้กับ กฟผ.มาคำนวณและรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย จะส่งผลให้ค่าไฟงวดปลายปีเพิ่มขึ้นเป็น 4.65 – 6.01 บาทต่อหน่วย จากค่าไฟงวดก่อนหน้าอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. แถลงยื่นข้อเสนอ 3 ทางเลือก เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในงวดปลายปี ประกอบด้วย การขึ้นค่าไฟฟ้าไม่มากและทยอยคืนหนี้ กฟผ.เพียงเล็กน้อย ค่าไฟจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.65 บาทต่อหน่วย, ขึ้นค่าไฟฟ้าพร้อมกับคืนหนี้ กฟผ.บางส่วน ค่าไฟจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.92 บาทต่อหน่วย และขึ้นค่าไฟฟ้าสูงสุดตามต้นทุนที่แท้จริง เพื่อคืนหนี้ให้ กฟผ.เต็มวงเงิน ค่าไฟจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6.01 บาทต่อหน่วย

ซึ่งหลังจากนี้จะเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก่อนประกาศผลการพิจารณาในช่วงสิ้นเดือน ก.ค.นี้ เพื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ต้องประกาศค่าไฟรอบใหม่ล่วงหน้า 1 เดือน

ขณะที่ รศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองเรื่องการพิจารณาปรับขึ้นค่าไฟรอบใหม่ ว่า ขณะนี้ประชาชนยังมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่าย หากค่าไฟ ค่าพลังงาน ราคาสินค้าและบริการปรับเพิ่มขึ้น จะยิ่งทำให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่าย มีผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมทำให้ฟื้นตัวช้า

ด้านนายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เข้าใจได้ว่าค่าไฟเพิ่มขึ้นมาจากหลายปัจจัย แต่ภาคเอกชนมองว่าในครึ่งปีหลังปริมาณการใช้จริงไม่น่าจะสูงขึ้นมาก เนื่องจากปัญหาสงครามความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่รุนแรงตามที่คาดจนส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานสูงขึ้น จึงไม่ควรไปตั้งราคาไว้สูงขนาดนั้น ทั้งนี้หากมีการปรับขึ้นค่าไฟจริงจะยิ่งซ้ำเติมต้นทุน รวมไปถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมที่ปัจจุบันย่ำแย่อยู่แล้ว และจะทำให้นักลงทุนหนี้ไปประเทศอื่นแทน

อย่างไรก็ตามต้องจับตาอีก 1 แนวทาง คือการตรึงราคาค่าไฟฟ้าไว้ที่ระดับ 4.18 บาทต่อหน่วยเช่นเดิม ซึ่งขึ้นกับอยู่กับ รมว.พลังงาน จะเป็นผู้พิจารณาแนวทางและอาจนำเข้า ครม.เพื่อของบประมาณจากรัฐบาลมาสนับสนุน

ที่มา : Thai PBS

2568 ติดตั้งโซลาร์เซลล์ยังต้องขออนุญาตไหม

2568 ติดโซลาร์เซลล์ไม่ต้องขออนุญาตแล้วจริงหรือไม่? #2

หลายคนสงสัยว่า ปี 2568 เป็นต้นไป การติดตั้งโซลาร์เซลล์ต้องขออนุญาตหรือไม่? คำตอบคือ ไม่ต้องขออนุญาตแล้ว แต่มีเงื่อนไข ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับทั้งเจ้าของบ้านและโรงงานอุตสาหกรรมที่อยากหันมาใช้พลังงานสะอาด ลดค่าไฟ และช่วยสิ่งแวดล้อม บ้านพักอาศัย: ติดโซลาร์ง่ายขึ้น ไม่ยุ่งยาก ตั้งแต่ กลางปี 2568 เป็นต้นมา หากเป็นการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อใช้ไฟฟ้าเองในบ้าน (ไม่ขายไฟคืนเข้าระบบ) โรงงานและภาคอุตสาหกรรม: ไม่ต้องขอใบอนุญาต รง.4 สำหรับฝั่งโรงงาน รัฐบาลได้

Read More
โซล่าเซลล์

โซล่าเซลล์ลดค่าไฟธุรกิจอุตสาหกรรมได้คุ้มค่าหรือไม่ #2

ต้นทุนและสร้างประโยชน์ต่างๆ กลายเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม สำหรับธุรกิจห้องเย็นที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าสูง การนำเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและคุ้มค่า เหตุผลที่ควรติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับธุรกิจห้องเย็น เพื่อลดค่าใช้จ่าย ห้องเย็นในโรงงานอุตสาหกรรมต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากในการรักษาอุณหภูมิที่เย็นตลอด 24 ชั่วโมง ห้องเย็นทั่วไป ประมาณ 0°C ถึง 10°C เหมาะสำหรับการเก็บรักษาผลไม้, ผัก, และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการการเก็บรักษาที่ไม่ต่ำเกินไป ห้องแช่แข็ง ต่ำกว่า -18°C ใช้สำหรับการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่ต้องการการแช่แข็งอย่างเช่น เนื้อสัตว์, ปลา, และผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องการการเก็บรักษาเป็นระยะเวลานานซึ่งหมายถึงค่าไฟฟ้าที่แพง โซลาร์เซลล์สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้อย่างมาก

Read More
ภาษีคาร์บอน

ภาษีคาร์บอน คืออะไร? #2

ภาษีคาร์บอน ในยุคที่ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ภาษีคาร์บอนกลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่พลังงานสะอาด หลักการของภาษีคาร์บอนคือการเรียกเก็บภาษีจากการปล่อย CO2 เพื่อกระตุ้นให้ธุรกิจและประชาชนลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และหันไปใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภาษีคาร์บอนทำงานอย่างไร ประโยชน์ที่ได้รับ และแนวโน้มในอนาคตเพื่อสร้างความตระหนักและการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในสังคมของเรา 1. ภาษีคาร์บอนคืออะไร? ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)เป็นมาตรการทางการเงินที่รัฐบาลใช้เพื่อบังคับให้ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้องจ่ายเงินสำหรับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ เป้าหมายหลักคือการลดการปล่อยก๊าซเหล่านี้และกระตุ้นให้มีการใช้พลังงานที่สะอาดและยั่งยืนมากขึ้น 2. หลักการทำงานของภาษีคาร์บอน ภาษีคาร์บอนจะกำหนดราคาต่อหน่วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการหรือองค์กรต้องชำระ เมื่อมีการปล่อยก๊าซเกินขีดจำกัดที่กำหนด การจ่ายภาษีนี้จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น

Read More
PDPA Icon
Privacy Preferences

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save