Blog

อ่านโหลดไฟฟ้าโรงงานอย่างไร ให้เลือกขนาดโซลาร์ได้เหมาะกับการใช้งานจริง

วิศวกรวิเคราะห์กราฟโหลดไฟฟ้าโรงงานก่อนติดตั้งโซลาร์เซลล์

การเลือกขนาดโซลาร์สำหรับโรงงานไม่ควรดูเพียงค่าไฟรายเดือนหรือกำลังไฟสูงสุด แต่ต้องวิเคราะห์ โหลดไฟฟ้า (Electrical Load) ในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะโหลดกลางวัน วันหยุด และกะทำงาน เพื่อให้ทราบว่าโรงงานใช้ไฟตรงกับช่วงที่โซลาร์ผลิตได้มากน้อยเพียงใด ข้อมูลนี้ช่วยให้วิศวกรประเมินขนาดระบบได้เหมาะสมขึ้น และลดความเสี่ยงจากการติดตั้งระบบใหญ่เกินความต้องการใช้ไฟจริง

ทำไมต้องอ่าน Load Profile ก่อนติดตั้งโซลาร์?

Load Profile คือข้อมูลที่แสดงปริมาณการใช้กำลังไฟฟ้าของอาคารหรือโรงงานตามช่วงเวลา เช่น ทุก 15 นาที หรือทุก 30 นาที ทำให้เห็นว่าโรงงานใช้ไฟมากหรือน้อยในช่วงใด แตกต่างจากบิลค่าไฟที่แสดงปริมาณพลังงานรวมรายเดือนเป็นหลัก

ข้อมูลนี้สำคัญต่อการเลือกขนาดระบบโซลาร์ เพราะ กำลังผลิตของโซลาร์เปลี่ยนแปลงตามแสงแดด ขณะที่ความต้องการใช้ไฟของโรงงานขึ้นอยู่กับกิจกรรมการผลิต

ตัวอย่างเช่น โรงงานสองแห่งมีค่าไฟรายเดือนใกล้เคียงกัน แต่มีพฤติกรรมใช้ไฟต่างกัน

  • โรงงาน A: เดินเครื่องจักรตั้งแต่ 08.00–17.00 น. มีความต้องการใช้ไฟสูงในช่วงกลางวัน
  • โรงงาน B: เดินเครื่องจักรช่วงกลางคืนเป็นหลัก ส่วนกลางวันมีเพียงระบบไฟฟ้าพื้นฐาน

แม้ทั้งสองแห่งใช้พลังงานรวมใกล้เคียงกัน แต่โรงงาน A อาจมีโอกาสใช้ไฟจากโซลาร์โดยตรงได้มากกว่า ส่วนโรงงาน B ต้องพิจารณาข้อจำกัดด้านช่วงเวลาการใช้ไฟเพิ่มเติม

ดังนั้น การรู้เพียงว่าโรงงานใช้ไฟเดือนละกี่หน่วยยังไม่เพียงพอสำหรับกำหนดขนาดระบบที่เหมาะสม

ต้องเตรียมข้อมูลโหลดไฟฟ้าอะไรบ้าง?

ก่อนให้วิศวกรประเมินขนาดโซลาร์ ควรรวบรวมข้อมูลทั้งจากมิเตอร์ไฟฟ้า ระบบบริหารจัดการพลังงาน และฝ่ายผลิต เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณใช้ไฟกับตารางการทำงานจริง

ข้อมูลที่ต้องใช้หน่วยแหล่งข้อมูลข้อควรตรวจสอบ
พลังงานไฟฟ้ารายเดือนkWhบิลค่าไฟใช้ดูแนวโน้มรวม ไม่บอกเวลาใช้ไฟ
กำลังไฟฟ้าตามช่วงเวลาkWมิเตอร์หรือระบบ EMSต้องทราบความถี่และช่วงเวลาที่บันทึก
ความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุดkWมิเตอร์หรือรายงานพลังงานค่าสูงสุดเพียงจุดเดียวไม่สะท้อนการใช้ไฟทั้งวัน
ตารางเดินเครื่องจักรชั่วโมง/กะฝ่ายผลิตตรวจช่วงพัก เปลี่ยนกะ และหยุดเครื่อง
วันทำงานและวันหยุดวัน/เดือนตารางการผลิตแยกวันหยุดปกติและวันหยุดพิเศษ
โหลดไฟฟ้าพื้นฐานkWระบบตรวจวัดแยกอุปกรณ์ที่ยังทำงานแม้หยุดผลิต
แผนเพิ่มกำลังการผลิตkW หรือแผนงานฝ่ายวิศวกรรม/ฝ่ายผลิตต้องระบุว่าเป็นโหลดปัจจุบันหรือโหลดในอนาคต

ข้อมูลที่สำคัญที่สุดคือกำลังไฟฟ้าตามช่วงเวลา เพราะช่วยระบุว่าในช่วงที่โซลาร์ผลิตไฟฟ้า โรงงานมีความต้องการใช้ไฟรองรับมากน้อยเพียงใด

หากมีข้อมูลต่อเนื่องหลายเดือนหรือครบหนึ่งปี จะช่วยตรวจสอบความแตกต่างตามฤดูกาลและรอบการผลิตได้ดีขึ้น โดยต้องตรวจความครบถ้วนและความถูกต้องของข้อมูลก่อนนำมาวิเคราะห์

แยกโหลดวันผลิต วันหยุด และกะทำงานอย่างไร?

การนำข้อมูลไฟฟ้าทั้งเดือนมาเฉลี่ยเป็นหนึ่งวันอาจทำให้มองไม่เห็นช่วงที่โรงงานมีความต้องการใช้ไฟต่ำ จึงควรแบ่งข้อมูลตามรูปแบบการดำเนินงาน

1. วันผลิตปกติ

พิจารณาช่วงที่เครื่องจักรทำงานเต็มกำลัง รวมถึงเวลาพักและช่วงเริ่มหรือหยุดสายการผลิต

สิ่งที่ควรตรวจสอบคือ

  • ช่วงเวลาใดที่โรงงานใช้กำลังไฟฟ้าสูงต่อเนื่อง
  • โหลดกลางวันมีความสม่ำเสมอเพียงใด
  • ระหว่างพักกลางวัน เครื่องจักรหยุดทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน

โรงงานที่มีโหลดกลางวันต่อเนื่องอาจใช้พลังงานจากโซลาร์ได้มาก แต่ยังต้องตรวจสอบกำลังผลิตของระบบเทียบกับความต้องการใช้ไฟในแต่ละช่วง

2. วันหยุดหรือวันหยุดซ่อมบำรุง

แม้โรงงานหยุดผลิต อุปกรณ์บางประเภทอาจยังใช้ไฟ เช่น ระบบทำความเย็น ห้องควบคุมอุณหภูมิ หรือระบบรักษาความปลอดภัย

ควรแยกว่าเป็นวันหยุดที่ไม่มีการผลิตเลย หรือเป็นวันที่เครื่องจักรบางส่วนยังทำงาน เพราะทั้งสองกรณีมีโหลดพื้นฐานต่างกัน

หากวันหยุดมีความต้องการใช้ไฟต่ำกว่ากำลังผลิตโซลาร์ ระบบอาจมีพลังงานส่วนเกิน ซึ่งต้องพิจารณาวิธีจัดการตามรูปแบบระบบและเงื่อนไขการเชื่อมต่อไฟฟ้า

3. โรงงานที่ทำงานหลายกะ

โรงงานที่ทำงานสองหรือสามกะอาจมีรูปแบบการใช้ไฟต่างจากโรงงานที่ผลิตเฉพาะกลางวัน

ตัวอย่างประเด็นที่ต้องดู ได้แก่

  • กะเช้าใช้ไฟมากกว่ากะบ่ายหรือไม่
  • การเปลี่ยนกะทำให้โหลดลดลงช่วงใด
  • กะกลางคืนมีสัดส่วนการใช้ไฟมากเพียงใด
  • วันเสาร์และอาทิตย์มีการเดินเครื่องเหมือนวันธรรมดาหรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยแยกความต้องการใช้ไฟที่โซลาร์มีโอกาสรองรับได้ออกจากการใช้ไฟช่วงที่ไม่มีแสงอาทิตย์

ตัวอย่างการอ่านกราฟโหลดเพื่อเลือกขนาดโซลาร์

เมื่อรวบรวมข้อมูลแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือวางกราฟ Load Profile เทียบกับกำลังผลิตโซลาร์ที่คาดการณ์ในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อดูว่ากำลังผลิตสอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟหรือไม่

เปรียบเทียบโหลดของโรงงานในแต่ละช่วงเวลา

ตารางต่อไปนี้เป็น ข้อมูลจำลองเพื่ออธิบายวิธีอ่านโหลดเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลโรงงานจริงหรือผลประเมินขนาดโซลาร์

ช่วงเวลาวันผลิต (kW)วันหยุด (kW)
06.00–08.00 น.12060
08.00–10.00 น.30070
10.00–12.00 น.42080
12.00–14.00 น.28075
14.00–16.00 น.40080
16.00–18.00 น.25070


เปรียบเทียบ Load Profile วันผลิตกับวันหยุด

ข้อมูลจำลอง ไม่ใช่ข้อมูลจากโรงงานจริง ค่ากำลังไฟฟ้าเฉลี่ยตามช่วงเวลา หน่วย kW

เปรียบเทียบ Load Profile วันผลิตกับวันหยุด

วันผลิตวันหยุด

0 kW150 kW300 kW450 kW06–0808–1010–1212–1414–1616–18

จากข้อมูลจำลองจะเห็นว่า

  • วันผลิตมีโหลดสูงในช่วง 10.00–12.00 น. และ 14.00–16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่โซลาร์มีโอกาสผลิตไฟฟ้าได้
  • ช่วง 12.00–14.00 น. โหลดลดลง แม้ยังอยู่ในช่วงกลางวัน จึงต้องตรวจสอบว่ากำลังผลิตโซลาร์ที่คาดการณ์จะสูงกว่าความต้องการใช้ไฟหรือไม่
  • วันหยุดมีโหลดอยู่เพียง 60–80 kW ทำให้ต้องพิจารณาการใช้ไฟและการจัดการพลังงานส่วนเกินในวันที่ไม่มีการผลิต

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถนำค่าโหลดสูงสุด 420 kW ไปกำหนดว่าต้องติดตั้งโซลาร์ขนาด 420 kWp ได้ทันที เพราะ kW ของโหลดไฟฟ้าและ kWp ของระบบโซลาร์มีความหมายต่างกัน อีกทั้งกำลังผลิตจริงยังขึ้นอยู่กับแสงแดด อุณหภูมิ อุปกรณ์ และข้อจำกัดของระบบ

อ่านกราฟร่วมกับกำลังผลิตโซลาร์

การประเมินเบื้องต้นควรนำเส้นกราฟสองชุดมาวางเทียบกัน ได้แก่

  1. Load Profile: ความต้องการใช้กำลังไฟฟ้าของโรงงานในแต่ละช่วงเวลา
  2. Solar Generation Profile: กำลังไฟฟ้าที่ระบบโซลาร์คาดว่าจะผลิตได้ในช่วงเวลาเดียวกัน

ช่วงที่กำลังผลิตโซลาร์ต่ำกว่าหรือเท่ากับโหลดของโรงงาน มีโอกาสนำไฟฟ้าที่ผลิตได้มาใช้ภายในได้ โดยขึ้นอยู่กับรูปแบบการเชื่อมต่อและข้อจำกัดทางไฟฟ้า

หากกำลังผลิตสูงกว่าโหลดที่รองรับได้ ต้องตรวจสอบเงื่อนไขการจำกัดกำลังผลิต การส่งไฟฟ้าส่วนเกิน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

การเทียบกราฟจึงช่วยประเมินแนวโน้มการใช้ไฟจากโซลาร์ได้ แต่ ยังไม่ใช่ผลยืนยันขนาดติดตั้งที่เหมาะสม จนกว่าจะผ่านการวิเคราะห์ทางวิศวกรรม

มีข้อมูลโหลดแล้ว ทำไมยังเลือกขนาดระบบไม่ได้ทันที?

Load Profile เป็นข้อมูลสำคัญในการออกแบบ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ใช้กำหนดขนาดโซลาร์

ก่อนตัดสินใจ วิศวกรยังต้องตรวจสอบเงื่อนไขอื่นร่วมด้วย

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

เหตุผลที่มีผลต่อขนาดระบบ

พื้นที่และสภาพหลังคา

อาจจำกัดจำนวนแผงที่ติดตั้งได้

ทิศทางและเงาบัง

ส่งผลต่อกำลังผลิตตามช่วงเวลา

ระบบไฟฟ้าเดิม

ต้องพิจารณาความสามารถในการเชื่อมต่อและอุปกรณ์ป้องกัน

ข้อกำหนดการเชื่อมต่อ

อาจมีเงื่อนไขเรื่องการส่งไฟฟ้าเข้าระบบ

แผนขยายโรงงาน

อาจทำให้รูปแบบโหลดเปลี่ยนไปในอนาคต

คุณภาพข้อมูลโหลด

ข้อมูลที่ขาดหายหรือไม่ครอบคลุมอาจทำให้ผลประเมินคลาดเคลื่อน

อีกประเด็นที่ต้องระวังคือ โหลดเฉลี่ยรายชั่วโมงอาจไม่แสดงช่วงที่กำลังไฟฟ้าลดลงอย่างรวดเร็ว หากเครื่องจักรหยุดพร้อมกันในระยะสั้น การใช้ข้อมูลที่มีความละเอียดเหมาะสมจึงช่วยให้ประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำขึ้น

สำหรับโรงงานที่มีข้อมูลครบและต้องการประเมินกำลังติดตั้ง สามารถพิจารณาแนวทาง ประเมินระบบ On Grid ตามการใช้ไฟจริง เพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมของระบบร่วมกับเงื่อนไขของพื้นที่

เช็กลิสต์ข้อมูลก่อนส่งให้วิศวกรประเมิน

ฝ่ายอาคารหรือฝ่ายวิศวกรรมของโรงงานสามารถใช้รายการนี้ตรวจความพร้อมของข้อมูลก่อนเริ่มออกแบบ

รายการที่เตรียมพร้อมแล้ว

  • บิลค่าไฟย้อนหลัง โดยควรมีข้อมูลครอบคลุมรอบการผลิตที่แตกต่างกัน
  • ไฟล์ Load Profile พร้อมวัน เวลา หน่วย และช่วงเวลาการบันทึก
  • ตารางวันผลิต วันหยุด และกะทำงานของโรงงาน
  • ข้อมูลเครื่องจักรหลักและช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูง
  • รายการอุปกรณ์ที่ยังทำงานในวันหยุด
  • ข้อมูลมิเตอร์และจุดเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง
  • แผนเพิ่มเครื่องจักรหรือขยายกำลังการผลิต
  • แบบอาคารหรือข้อมูลพื้นที่ติดตั้งที่มีอยู่

หากยังไม่มีข้อมูลครบทุกข้อ ควรแจ้งวิศวกรว่าข้อมูลส่วนใดขาดหาย เพื่อกำหนดแนวทางตรวจวัดเพิ่มเติม แทนการนำค่าประมาณมาใช้เป็นข้อมูลจริงโดยไม่มีหลักฐานรองรับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวิเคราะห์โหลดไฟฟ้า

A: ใช้ประเมินเบื้องต้นได้ แต่ยังไม่เห็นการใช้ไฟรายช่วงเวลา จึงควรเก็บ Load Profile เพิ่มเติมก่อนกำหนดขนาดระบบที่ใช้สำหรับออกแบบจริง

A: ควรแยกข้อมูลตามประเภทวันผลิตหรือรูปแบบการเดินเครื่อง แล้วเปรียบเทียบแต่ละกลุ่ม ไม่ใช้ค่าเฉลี่ยวันเดียวแทนการทำงานทั้งหมด

A: ตรวจสอบก่อนว่ามิเตอร์ที่ใช้อยู่สามารถส่งออกข้อมูลตามช่วงเวลาได้หรือไม่ หากไม่มี อาจให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์บันทึกพลังงานชั่วคราว โดยต้องดำเนินการอย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับระบบไฟฟ้า

A: ขึ้นอยู่กับรอบการผลิตและความเปลี่ยนแปลงของการใช้ไฟ หากโรงงานมีความต้องการไฟฟ้าแตกต่างกันตามฤดูกาล ควรใช้ข้อมูลที่ครอบคลุมความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น โดยข้อมูลย้อนหลังหนึ่งปีจะช่วยให้เห็นรูปแบบการใช้ไฟรายเดือนได้ชัดเจนขึ้น

ขนาดโซลาร์ที่เหมาะสม เริ่มจากการเข้าใจพฤติกรรมใช้ไฟ

การเลือกขนาดโซลาร์ไม่ใช่การนำค่าไฟรายเดือนมาคำนวณหาจำนวนแผงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรู้ว่าโรงงานใช้ไฟเมื่อใด มีโหลดกลางวันต่อเนื่องแค่ไหน และวันหยุดมีความต้องการใช้ไฟเหลืออยู่เท่าไร

Load Profile ที่ถูกต้องและครอบคลุมการทำงานจริง จะช่วยให้วิศวกรประเมินกำลังผลิตที่เหมาะกับโรงงาน พร้อมตรวจสอบข้อจำกัดก่อนออกแบบระบบ

ในขั้นตอนนี้ Solar PPM ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์พฤติกรรมใช้ไฟของแต่ละโรงงานควบคู่กับข้อมูลทางวิศวกรรม ผ่านบริการออกแบบ EPC ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความต้องการพลังงาน การออกแบบ ไปจนถึงการติดตั้งระบบตามเงื่อนไขของโครงการ

เตรียมข้อมูลโหลดโรงงาน แล้วให้ Solar PPM ช่วยประเมินขนาดระบบที่เหมาะสม
เปิดทำการทุกวันจันทร์-ศุกร์ (8.30-17.30 น.)
ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ Privacy Policy และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองของคุณได้เองโดยคลิกที่ Cookie settings

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า