Blog

Perovskite-Silicon Tandem คืออะไร?

Perovskite-Silicon Tandem คืออะไร? เทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์แห่งอนาคตที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของ Silicon

อุตสาหกรรมแผงโซลาร์เซลล์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จาก P-type PERC สู่เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงอย่าง N-type TOPCon, HJT/SHJ และ Back Contact โดยเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า และผลิตพลังงานให้ได้มากขึ้นจากพื้นที่ติดตั้งเท่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเทคโนโลยี Silicon จะได้รับการพัฒนาไปมากเพียงใด โซล่าเซลล์แบบ Single-Junction Silicon ก็ยังมีข้อจำกัดทางกายภาพในการใช้ประโยชน์จากพลังงานของแสงอาทิตย์

หนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดดังกล่าวคือ Perovskite-Silicon Tandem Solar Cell

แนวคิดสำคัญของเทคโนโลยีนี้ไม่ใช่การนำ Perovskite มาแทนที่ Silicon ทั้งหมด แต่เป็นการนำวัสดุทั้งสองชนิดมาทำงานร่วมกัน เพื่อให้โซล่าเซลล์สามารถใช้ประโยชน์จากช่วงพลังงานของแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น

นี่จึงเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับแผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูงในอนาคต

Perovskite คืออะไร?

Perovskite ไม่ได้หมายถึงวัสดุเพียงชนิดเดียว แต่เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มวัสดุที่มีโครงสร้างผลึกเฉพาะ โดยสามารถปรับองค์ประกอบของวัสดุเพื่อให้มีคุณสมบัติทางแสงและทางไฟฟ้าที่เหมาะกับการนำมาพัฒนาเป็นโซล่าเซลล์

หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้ Perovskite ได้รับความสนใจคือ ความสามารถในการดูดซับแสงได้ดี และสามารถปรับ Bandgap ของวัสดุได้

Bandgap เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่า Semiconductor สามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานของแสงช่วงใดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อสามารถปรับ Bandgap ของ Perovskite ได้ นักพัฒนาจึงสามารถออกแบบวัสดุให้ทำงานร่วมกับ Silicon เพื่อใช้ประโยชน์จาก Spectrum ของแสงอาทิตย์ได้กว้างขึ้น

คุณสมบัตินี้เองที่ทำให้ Perovskite มีความน่าสนใจอย่างมากสำหรับการพัฒนา Tandem Solar Cell

Tandem Solar Cell คืออะไร?

คำว่า Tandem หมายถึงการนำโซล่าเซลล์ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันมากกว่าหนึ่ง Junction มาทำงานร่วมกัน

สำหรับ Perovskite-Silicon Tandem แนวคิดพื้นฐานคือการนำ Perovskite มาเป็น Top Cell และใช้ Silicon เป็น Bottom Cell

สามารถอธิบายโครงสร้างอย่างง่ายได้ว่า

SUNLIGHT

PEROVSKITE TOP CELL
รับพลังงานจากแสงช่วงหนึ่ง

SILICON BOTTOM CELL
รับแสงอีกส่วนที่ผ่านจากชั้นด้านบน

ELECTRICITY

แทนที่จะให้ Silicon เพียงวัสดุเดียวทำหน้าที่รับพลังงานจากแสงทุกช่วง Tandem Cell จึงแบ่งหน้าที่ให้วัสดุที่มี Bandgap แตกต่างกันช่วยกันใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์

Perovskite Top Cell สามารถออกแบบให้ใช้ประโยชน์จากโฟตอนพลังงานสูง ขณะที่แสงพลังงานต่ำกว่าบางส่วนสามารถผ่านไปยัง Silicon Bottom Cell เพื่อผลิตพลังงานต่อได้

แนวคิดนี้ช่วยลดการสูญเสียพลังงานบางส่วนที่เกิดขึ้นในโซล่าเซลล์แบบ Single Junction

ทำไม Silicon เพียงอย่างเดียวจึงมีข้อจำกัด?

Silicon เป็นวัสดุที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมแผงโซลาร์เซลล์ และยังคงเป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีจำนวนมากในปัจจุบัน

แต่ Silicon ไม่สามารถเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ทุกช่วงให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ทั้งหมด

โฟตอนที่มีพลังงานต่ำกว่า Bandgap อาจไม่สามารถสร้างพาหะประจุได้ ขณะที่เมื่อโฟตอนมีพลังงานสูงกว่า Bandgap พลังงานส่วนเกินบางส่วนจะสูญเสียไปในรูปของความร้อน

ข้อจำกัดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่โซล่าเซลล์แบบ Single Junction มีเพดานประสิทธิภาพทางทฤษฎี ซึ่งมักอธิบายผ่านแนวคิดที่เรียกว่า Shockley–Queisser Limit

ดังนั้น แม้จะสามารถพัฒนา Silicon Cell ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ Efficiency ก็ไม่สามารถเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีขีดจำกัด

นี่คือเหตุผลที่นักวิจัยเริ่มมองไปยังแนวคิด Multi-Junction และ Tandem Technology

แทนที่จะพยายามให้วัสดุเพียงชนิดเดียวใช้ประโยชน์จากแสงทุกช่วง ก็ใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันมาช่วยกันทำงาน

จุดเด่นของ Perovskite-Silicon Tandem

1. มีศักยภาพด้าน Efficiency สูงกว่า Silicon แบบ Single Junction

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ Perovskite-Silicon Tandem ได้รับความสนใจคือ ศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพของโซล่าเซลล์ให้สูงกว่า Silicon แบบ Single Junction

เมื่อ Perovskite และ Silicon สามารถใช้ประโยชน์จาก Spectrum ของแสงต่างช่วงกันได้ จึงมีโอกาสลดการสูญเสียพลังงานและเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าได้มากขึ้น

ในมุมของการใช้งานจริง แนวคิดนี้สามารถอธิบายได้ง่าย ๆ ว่า

พื้นที่เท่าเดิม → มีศักยภาพผลิตพลังงานได้มากขึ้น

เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมากสำหรับ Solar Rooftop โดยเฉพาะโรงงานหรืออาคารที่มีพื้นที่หลังคาจำกัด แต่ต้องการเพิ่มกำลังติดตั้งของระบบให้สูงที่สุดเท่าที่พื้นที่จะรองรับได้

2. ใช้ประโยชน์จาก Spectrum ของแสงได้มากขึ้น

จุดเด่นของ Tandem ไม่ได้เกิดจากการเพิ่มกำลังของ Silicon เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการ แบ่งหน้าที่ในการรับพลังงานจากแสง

Perovskite Top Cell และ Silicon Bottom Cell มี Bandgap แตกต่างกัน จึงสามารถออกแบบให้แต่ละชั้นใช้ประโยชน์จากแสงคนละช่วงได้

ผลคือระบบมีศักยภาพในการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ได้มีประสิทธิภาพมากกว่าโครงสร้าง Single Junction

นี่คือหัวใจสำคัญของคำว่า Tandem

3. สามารถต่อยอดจาก Silicon Technology ที่มีอยู่

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจของ Perovskite-Silicon Tandem คือ Silicon ไม่จำเป็นต้องหายไปจากเทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ในอนาคต

ในทางกลับกัน Silicon สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง Tandem โดยทำหน้าที่เป็น Bottom Cell และเพิ่ม Perovskite เข้าไปเป็น Top Cell

ดังนั้น แนวคิดของเทคโนโลยีนี้จึงไม่ใช่

Perovskite VS Silicon

แต่คือ

Perovskite + Silicon

การพัฒนาลักษณะนี้มีศักยภาพในการต่อยอดองค์ความรู้และโครงสร้างอุตสาหกรรม Silicon ที่มีอยู่แล้ว แทนที่จะต้องเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีใหม่ทั้งหมด

4. Bandgap ของ Perovskite สามารถปรับแต่งได้

คุณสมบัติที่สำคัญอีกประการหนึ่งของ Perovskite คือความสามารถในการปรับองค์ประกอบของวัสดุเพื่อเปลี่ยน Bandgap

นักพัฒนาจึงสามารถออกแบบ Perovskite Top Cell ให้เหมาะกับการรับพลังงานจากแสงช่วงที่ต้องการ ขณะที่ปล่อยให้แสงอีกส่วนผ่านลงไปยัง Silicon Bottom Cell

ความสามารถในการปรับแต่งคุณสมบัติเช่นนี้ทำให้ Perovskite เป็นหนึ่งในวัสดุที่มีศักยภาพสำหรับการสร้าง Tandem Architecture

Efficiency ของ Tandem สูงกว่า Silicon มากแค่ไหน?

นี่เป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้ Perovskite-Silicon Tandem ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการโซลาร์เซลล์

เทคโนโลยี Silicon Single-Junction มีการพัฒนาประสิทธิภาพขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนเข้าใกล้ข้อจำกัดของเทคโนโลยีมากขึ้น ขณะที่ Perovskite-Silicon Tandem ในระดับงานวิจัยสามารถก้าวข้ามระดับประสิทธิภาพ 30% ได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม เวลาพูดถึงตัวเลข Efficiency จำเป็นต้องแยกให้ชัดเจนระหว่าง

Laboratory Cell Efficiency

และ

Commercial Module Efficiency

สถิติ Efficiency ที่เกิดขึ้นกับโซล่าเซลล์ขนาดเล็กภายใต้เงื่อนไขการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ไม่ได้หมายความว่าแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเต็มที่ผลิตเชิงพาณิชย์จะสามารถทำ Efficiency ได้เท่ากันในทันที

การนำเทคโนโลยีจาก Cell ขนาดเล็กไปสู่ Module ขนาดใหญ่ โดยยังคงประสิทธิภาพ ความสม่ำเสมอ คุณภาพ และต้นทุนที่เหมาะสม เป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรม

ดังนั้น การพิจารณาความก้าวหน้าของ Tandem จึงควรดูทั้ง Cell Efficiency, Module Efficiency, Reliability และความสามารถในการผลิตจำนวนมาก ควบคู่กัน

ถ้า Tandem มี Efficiency สูง ทำไมยังไม่เห็นทั่วไปบนหลังคา?

เพราะสำหรับแผงโซลาร์เซลล์ Efficiency สูงเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ

แผงโซลาร์เซลล์ต้องสามารถติดตั้งกลางแจ้งและผลิตพลังงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบปี

ดังนั้น เทคโนโลยีใหม่จำเป็นต้องพิสูจน์ความสามารถในหลายด้าน เช่น

Stability
วัสดุสามารถรักษาคุณสมบัติและประสิทธิภาพได้ดีเพียงใดเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน

Heat & Moisture Resistance
สามารถทนต่ออุณหภูมิและความชื้นที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมจริงได้ดีเพียงใด

UV Stability
วัสดุและโครงสร้างสามารถรับแสง UV เป็นระยะเวลานานโดยไม่เกิดการเสื่อมที่ไม่ยอมรับได้หรือไม่

Large-area Manufacturing
สามารถขยายจากโซล่าเซลล์ขนาดเล็กไปสู่แผงขนาดใหญ่ โดยรักษาคุณภาพและความสม่ำเสมอได้หรือไม่

Production Yield & Cost
สามารถผลิตจำนวนมากด้วย Yield และต้นทุนที่แข่งขันกับเทคโนโลยี Silicon ที่มีอยู่ได้หรือไม่

และอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมากคือ Long-term Reliability

สำหรับเจ้าของโครงการ การมี Efficiency สูงในวันแรกไม่เพียงพอ หากแผงไม่สามารถรักษา Performance ได้ตลอดอายุการใช้งานที่คาดหวัง

นี่จึงเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่ Perovskite-Silicon Tandem ต้องผ่านก่อนที่จะสามารถแข่งขันในตลาดขนาดใหญ่ได้อย่างเต็มรูปแบบ

Perovskite-Silicon Tandem อยู่ตรงไหนในปี 2026?

ในปี 2026 Perovskite-Silicon Tandem เป็นหนึ่งในเทคโนโลยี Next-generation ที่ได้รับความสนใจสูง โดยการพัฒนากำลังเคลื่อนจากงานวิจัยและการสร้างสถิติ Efficiency ไปสู่การทดลองผลิต การขยายขนาด และความพยายามนำเทคโนโลยีเข้าสู่เชิงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรมองว่า Tandem ได้เข้ามาแทนเทคโนโลยี Silicon ที่ใช้งานในตลาดปัจจุบันแล้ว

หากมองภาพวิวัฒนาการของเทคโนโลยีอย่างง่าย สามารถแบ่งได้เป็น

P-type PERC
เทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยุคก่อนหน้า

N-type TOPCon
หนึ่งในเทคโนโลยีหลักของตลาดปัจจุบัน

HJT / SHJ และ Back Contact
เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงที่มีแนวทางการพัฒนาแตกต่างกัน

Perovskite-Silicon Tandem
เทคโนโลยี Next-generation ที่มีศักยภาพในการเพิ่ม Efficiency ไปอีกระดับ

สิ่งที่ควรจับตามองจึงไม่ใช่เพียงว่าใครสามารถสร้างโซล่าเซลล์ที่มี Efficiency สูงที่สุดในห้องปฏิบัติการ

แต่คือ

ใครสามารถนำ Efficiency ระดับสูงไปสู่แผงขนาดจริงที่ผลิตจำนวนมาก มี Reliability เพียงพอ และมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันในตลาดได้

Perovskite-Silicon Tandem จะเข้ามาแทน Silicon หรือไม่?

ในระยะใกล้ คำถามนี้อาจไม่ใช่คำถามที่เหมาะสมที่สุด

เพราะหนึ่งในแนวทางที่มีศักยภาพของ Tandem คือการให้ Perovskite ทำงานร่วมกับ Silicon ไม่ใช่การนำ Perovskite มาแทน Silicon ทั้งหมด

ดังนั้น วิวัฒนาการของเทคโนโลยีอาจไม่ได้เป็น

Silicon → Perovskite

แต่อาจเป็น

Silicon → Advanced Silicon → Perovskite + Silicon

Silicon จึงยังสามารถมีบทบาทสำคัญในโซล่าเซลล์ Next-generation ได้ เพียงแต่ถูกนำมาทำงานร่วมกับวัสดุอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์

Perovskite-Silicon Tandem เหมาะกับอะไรในอนาคต?

หากเทคโนโลยีสามารถแก้โจทย์ด้าน Reliability การผลิตจำนวนมาก และต้นทุนได้ การเพิ่ม Efficiency ต่อพื้นที่จะเปิดโอกาสให้ Tandem มีประโยชน์กับโครงการหลายประเภท

โดยเฉพาะ Industrial Solar Rooftop ที่พื้นที่หลังคามีจำกัด แต่โรงงานต้องการเพิ่มกำลังติดตั้งให้ได้มากที่สุด

รวมถึง Commercial Building ซึ่งมีความต้องการใช้พลังงานสูงเมื่อเทียบกับพื้นที่หลังคาที่มีอยู่ และ Utility-scale Solar Project ที่การเพิ่มกำลังผลิตต่อพื้นที่อาจช่วยเพิ่ม Energy Density ของโครงการ

ในอนาคต เทคโนโลยี Tandem ยังอาจเปิดโอกาสให้เกิด Application ใหม่ ๆ ที่ต้องการโซล่าเซลล์ประสิทธิภาพสูงและมีข้อจำกัดด้านพื้นที่หรือน้ำหนัก

อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของโครงการในปัจจุบัน Perovskite-Silicon Tandem จึงควรถูกมองเป็น เทคโนโลยีที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด มากกว่าการพิจารณาจาก Efficiency เพียงตัวเลขเดียว

จาก Silicon สู่ Tandem — อนาคตของโซล่าเซลล์ไม่ได้อยู่ที่ Watt เพียงอย่างเดียว

การแข่งขันของอุตสาหกรรมแผงโซลาร์เซลล์ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงสร้างแผงที่มีกำลัง Watt สูงขึ้นเรื่อย ๆ

แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ

เราจะสามารถผลิตพลังงานได้มากขึ้นจากพื้นที่รับแสงเท่าเดิมได้อย่างไร?

Perovskite-Silicon Tandem เป็นหนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจ เพราะเปลี่ยนวิธีคิดจากการพยายามทำให้ Silicon Cell เพียงชั้นเดียวมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไปสู่การนำวัสดุหลายชนิดมาทำงานร่วมกัน เพื่อใช้ประโยชน์จากพลังงานใน Spectrum ของแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น

แม้ในปัจจุบัน N-type TOPCon, HJT/SHJ และ Back Contact จะมีบทบาทในตลาดเชิงพาณิชย์มากกว่า แต่ Perovskite-Silicon Tandem กำลังแสดงให้เห็นถึงอีกหนึ่งทิศทางของเทคโนโลยีโซล่าเซลล์ในอนาคต

จากยุคที่เราถามว่า

“แผงโซลาร์เซลล์หนึ่งแผงผลิตได้กี่วัตต์?”

ในอนาคตคำถามอาจเปลี่ยนเป็น

“เราสามารถผลิตพลังงานจากทุกตารางเมตรของพื้นที่รับแสงได้มากแค่ไหน?”

และนี่คือเหตุผลที่ Perovskite-Silicon Tandem เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์

POWER THE FUTURE WITH SOLAR PPM

รูปประกอบ perovskite
SPPM_Master_Logo_for White BG (1)

ทีมผู้เชี่ยวชาญ Solar PPM ประกอบด้วยวิศวกรพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผ่านการรับรองและผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมโซล่าเซลล์ที่มีประสบการณ์จริงมากกว่า 10 ปี ครอบคลุมทั้งการออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบโซล่าเซลล์ ในฐานะส่วนหนึ่งของบริษัท โซลาร์ พีพีเอ็ม จำกัด ซึ่งอยู่ในเครือบริษัทมหาชน PORN PROM METAL ทีมของเราได้มีส่วนร่วมในโครงการติดตั้งรวมกว่า 200 MW ทั่วประเทศไทย ให้กับลูกค้าชั้นนำอย่าง Central Pattana, Thai Union, IKEA และ HOYA

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ Privacy Policy และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองของคุณได้เองโดยคลิกที่ Cookie settings

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า